วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560

วิธีทำเค้กกล้วยหอม

5 สูตรเค้กกล้วยหอม เนื้อนุ่มหวานหอม ทำง่ายทันใจหลากสไตล์
          วิธีทำเค้กกล้วยหอม 7 สไตล์ สูตรขนมทำง่าย เหมาะสำหรับกินรองท้องเป็นของว่างคู่กับเครื่องดื่ม ก็อร่อยเว่อร์วัง มาพร้อมวิธีทำหลายแบบเลือกได้ตามความสะดวก

         แม้ขนมเค้กกล้วยหอมจะหาซื้อง่าย ๆ และราคาไม่แพงเลย แต่เชื่อเลยว่า บางครั้งก็ต้องเจอเค้กกล้วยหอมที่แป้งเยอะและไม่มีกลิ่นหอมของกล้วยหอมเลย หรือไม่ก็ทำรสหวานจัดเกินไปจนน้ำตาลเรียกพี่ วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยขอนำเสนอ 7 สูตรเค้กกล้วยหอม มาพร้อมกัน 7 สไตล์เนื้อกล้วยหอมตูม ๆ รสสัมผัสนุ่มละมุน หวานกลิ่นกล้วย ชอบแบบไหนเลือกได้ตามใจ หน้าตาดี ๆ แบบนี้ทำง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ   
          
5 สูตรเค้กกล้วยหอม เนื้อนุ่มหวานหอม ทำง่ายทันใจหลากสไตล์
1. เค้กกล้วยหอมสูตรฉ่ำเนย 

          เค้กกล้วยหอมแบบฉ่ำเนยถ้วยนี้เป็นสูตรจาก คุณ MaShi BBJ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม กลิ่นเนยหอมกรุ่น เนื้อนุ่มเนียน ถ้าหากอยากสัมผัสเนื้อกล้วยหอมก็บดไม่ต้องละเอียดมาก หรือเอาไปแช่เย็นเนื้อก็จะไม่แข็งมากและก็ยังได้กลิ่นหอมของเนยอยู่ ทำใส่ในพิมพ์มัฟฟินกินง่ายชิ้นพอดีคำ ถ้าหากอยากกินแบบชิ้นหนาก็จับใส่พิมพ์ขนมปังได้เลยค่ะ แล้วเวลาหม่ำค่อยหั่นสไลซ์เอา

ส่วนผสม เค้กกล้วยหอมสูตรฉ่ำเนย

           • กล้วยหอมสุกบด 1 1/2 ถ้วย 
           • นมสด 4 ช้อนโต๊ะ
           • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
           • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
           • ผงฟู 1 ช้อนชา
           • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
           • เนยเค็ม 250 กรัม (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จะได้นิ่มเร็ว ๆ)
           • น้ำตาลทรายละเอียด 1 1/2 ถ้วย (ถ้ากล้วยงอมมากลดเหลือแค่ 1 ถ้วย)
           • ไข่ไก่ 4 ฟอง
           • พิมพ์มัฟฟิน

วิธีทำเค้กกล้วยหอมสูตรฉ่ำเนย

           • 1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ 
           • 2. ผสมกล้วยหอมบดนมสด และกลิ่นวานิลลาให้เข้ากัน
           • 3. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์กับผงฟูและเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
           • 4. ตีเนยเค็มด้วยตะกร้อมือให้ขึ้นฟูจนเป็นสีขาวนวล ทยอยใส่น้ำตาลทรายลงไปแล้วตีผสมให้เข้ากัน แบ่งใส่สัก 2-3 ครั้ง
           • 5. ใส่ไข่ไก่ลงไปตีทีละฟอง พอหมดลิ่มไข่ก็ใส่ใบต่อไปได้เลยจนครบ 
           • 6. ใส่ส่วนผสมกล้วยบดลงไปตีผสมให้เข้ากัน
           • 7. ใส่ส่วนผสมแป้งลงไป ค่อย ๆ ตะล่อมเบาจนเป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่พิมพ์มัฟฟิน
           • 8. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 15-20 นาที นำออกจากเตา วางพักทิ้งไว้ให้เย็นลง แกะออกจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟ
http://cooking.kapook.com/view130387.html

วิธีทำบราวนี่

8 สูตรบราวนี่
          สูตรขนมสุดคลาสสิกอย่างบราวนี่ เมนูเบเกอรี่สุดฟินที่ยกมาฝากถึง 8 สไตล์สุดเจิด เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด เข้ากันดีเยี่ยมเลยล่ะ

          ขนมหวานอย่างบราวนี่หาซื้อง่ายตามร้านดัง หรือตามตลาดทั่ว ๆ ไป ถ้าสามารถจัดสรรเวลา หรือมีเวลาว่างพอเข้าครัวทำเองได้คงจะดีเนอะ เอาล่ะวันหยุดที่จะถึงนี้ไม่มีธุระปะปังที่ไหนขอจัดสักหน่อยแล้วกัน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอ 8 วิธีทำบราวนี่ สูตรเด็ดที่ไม่ได้มีดีแค่ชิ้นสี่เหลี่ยม แต่มีการใส่ไอเดียเป็นบราวนี่วาฟเฟิล หรือคุกกี้บราวนี่ แถมยังมีบราวนี่ถั่วดำและบราวนี่ชาเขียวเป็นตัวเลือกอีกด้วย เก๋ไก๋ใช่ไหมล่ะ 

8 สูตรบราวนี่

 1. บราวนี่หน้ากรอบ

          สูตรบราวนี่สุดคลาสสิกขอแนะนำบราวนี่หน้ากรอบจากคุณ cake_de_cake สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม  สูตรนี้เพิ่มผงกาแฟลงไปด้วยทำให้รสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น หน้ากรอบเนื้อนุ่มหนึบ กินแบบอุ่น ๆ ก็อร่อย หรือจะกินแบบเย็นก็ได้อีกอารมณ์ค่ะ  

 ส่วนผสม บราวนี่หน้ากรอบ

           เนยขาวละลาย (สำหรับทาถาดอบ)
           เนยสดชนิดเค็ม 170 กรัม
           น้ำตาลทราย 280 กรัม
           Semi-Sweet Chocolate 340 กรัม
           แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง
           ผงฟู 2 ช้อนชา
           ผงโกโก้ 1/4 ถ้วยตวง
           ไข่ไก่ (เบอร์ 1) จำนวน 4 ฟอง
           กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ
           ผงกาแฟ 2 ช้อนโต๊ะ

 วิธีทำบราวนี่หน้ากรอบ

8 สูตรบราวนี่
           1. เตรียมถาดสำหรับอบขนาด 9x13 นิ้ว ปูด้วยกระดาษไข และเพื่อป้องกันไม่ให้กระดาษไขเลื่อนให้ติดสกอตเทปตรงปลายกระดาษไขกับถาดอบเอาไว้ นำแปรงจุ่มเนยขาวที่ละลายแล้ว ทาบนกระดาษไขบริเวณพื้นถาด ไม่ต้องทาด้านข้าง

8 สูตรบราวนี่
           2. นำเนยสดผสมกับน้ำตาลทราย นำเข้าไมโครเวฟให้เนยละลาย ใช้เวลาประมาณ 2 นาที (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับกำลังไฟของแต่ละบ้านนะคะ ให้ลองใช้เวลาน้อย ๆ ก่อน หากยังละลายไม่หมดค่อยเพิ่มเวลาเพื่อป้องกันการไหม้ค่ะ)

           3. ใช้ตะกร้อมือคนเพื่อให้น้ำตาลทรายละลายให้ได้มากที่สุด 

           4. ใส่ช็อกโกแลตลงไปแล้วนำเข้าไมโครเวฟเพื่อละลาย ใช้เวลาประมาณ 2 นาที (ขึ้นอยู่กับกำลังไฟแต่ละบ้าน)

           5. ใช้ตะกร้อมือคนให้ช็อกโกแลตละลายเข้ากับส่วนผสมเนย พักให้เย็น

8 สูตรบราวนี่
           6. ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู และผงโกโก้เข้าด้วยกัน 2 รอบ

           7. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง เปิดพัดลม เตรียมไว้

8 สูตรบราวนี่
           8. ตอกไข่ไก่ใส่อ่างผสม ใส่น้ำหอมกลิ่นวานิลลาและผงกาแฟ ตีให้เข้ากันจนไข่ขึ้นเป็นฟอง (สามารถใช้ตะกร้อมือได้)

           9. ใส่ส่วนผสมช็อกโกแลตที่เย็นแล้วลงไป

           10. ตีผสมด้วยความเร็วปานกลางจนส่วนผสมช็อกโกแลตมีสีอ่อนลงเล็กน้อย หรือจนกว่าน้ำตาลทรายจะละลายได้พอสมควร (สูตรนี้จะยังคงเหลือน้ำตาลเป็นเกล็ด ๆ ไม่ละลายทั้งหมด)

           11. แบ่งแป้งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกใส่ลงไปตีผสมด้วยความเร็วต่ำ หรืออาจใช้ตะกร้อมือตะล่อมจนส่วนผสมเข้ากันดี

           12. ต่อมาจึงใส่แป้งส่วนที่ 2 ลงไปตีให้เข้ากัน 

8 สูตรบราวนี่
           13. เทลงในถาดอบแล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 30 นาที หรือจนกว่าเค้กจะสุก

8 สูตรบราวนี่
 
           14. เมื่อเค้กสุกนำออกจากเตามาผึ่งบนตะแกรงให้เย็น ตัดเป็นชิ้น ๆ ตามต้องการ วิธีตัดก็ให้นำบราวนี่ไปแช่เย็นเพื่อให้แข็งตัวก่อน แล้วนำออกมาตัดจะง่ายกว่าเดิมค่ะ 
http://cooking.kapook.com/view135248.html

วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2559

วิธีทำข้าวมันไก่พร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ด!!

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้

          ข้าวมันไก่ อาหารจานเดียวที่ใครหลายคนโปรดปรานจนลองทำกินเอง แต่ก็มักจะเจอปัญหาหุงข้าวไม่อร่อย เนื้อไก่ไม่นุ่ม หรือไม่ก็น้ำจิ้มไม่แซ่บ วันนี้เรามีวิธีทำข้าวมันไก่แบบง่าย ๆ เพียงแค่สูตรเดียวจะช่วยให้คุณทำข้าวมันไก่กินเองที่บ้านได้แบบผ่านฉลุย ที่พ่วงมากับวิธีปรุงน้ำจิ้มข้าวมันไก่รสเด็ด แถมยังเคล็ดลับในการทำข้าวมันไก่อีกมากมายจาก คุณมันแกวกะแห้วหมู สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ถ้าพร้อมแล้วก็ลองมาดูวิธีทำข้าวมันไก่สูตรเด็ดสูตรนี้กันเลย

หมายเหตุ : ข้าวมันไก่ 1 จาน ให้พลังงานประมาณ 585 กิโลแคลอรี่

          
         ข้าวมันไก่ พร้อมวิธีปรุงน้ำจิ้ม เคล็ดลับที่ไม่ลับทำเองได้ที่บ้าน โดย คุณมันแกวกะแห้วหมู สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

          วันนี้ขอเสนอวิธีการทำข้าวมันไก่แบบทำรับประทานกันเองได้ที่บ้านนะ ไม่ยากเกินไป อย่างแรก ก็หาซื้อไก่สดปริมาณพอเหมาะกับจำนวนคนที่จะทานก่อน แนะนำให้ซื้อไก่แบบหาซื้อได้ง่าย ๆ ก็คือ ไก่เนื้อที่มีขายอยู่ทั่วไป ทั้งตามตลาดสดและซูเปอร์มาเก็ต สมาชิกในบ้านชอบส่วนไหนก็ซื้อมาตามสะดวก ถ้าชอบแบบเนื้อแห้ง ๆ ไม่มีมันก็เลือกหน้าอก ถ้าชอบแบบเหนียวหนึบหน่อยก็เลือกน่องหรือปีก ถ้าชอบนุ่ม ๆ มัน ๆ ก็สะโพก เป็นต้น เราจะไม่กล่าวถึงการใช้วัตถุดิบประเภท ไก่บ้าน ไก่ไทย ไก่พันธุ์เบตง อะไรทำนองนี้นะครับ เอาแบบง่าย ๆ ก่อน 

         น้ำสำหรับต้มไก่
            
          เวลาเราต้องการทำน้ำซุปหรือน้ำสต๊อก เรามักจะเอาโครงไก่หรือเนื้อไก่ลงไปต้มเพื่อให้น้ำซุปมีรสชาติดี น้ำจะมีรสหวานจากไก่สด พอต้มเสร็จ น้ำซุปที่ได้ก็จะอร่อย แต่เนื้อไก่จะจืดชืด เพราะความหวานของเนื้อไก่ละลายไปอยู่กับน้ำซุปหมดแล้ว จนต้องพึ่งน้ำจิ้มรสจัดมาเป็นตัวทำให้อร่อยแทน ดังนั้นแทนที่เราจะให้ความหวานจากเนื้อไก่ถูกปล่อยออกมา เราก็จะเปลี่ยนเป็นทำให้รสชาติน้ำซุปซึมเข้าไปที่เนื้อไก่แทน 

         ส่วนผสม น้ำต้มไก่
            
           ผักกาดขาว หรือผักหางหงส์สด 1 หัว (ต้องเลือกที่สด ๆ เพื่อให้หวาน)
           กระเทียม 3–4 หัว (ประมาณ 30 กลีบ)
           รากผักชี  5–6 ราก
           ขิงแก่หั่นเป็นแว่นบาง 5–6 แว่น
           ขิงทุบ เล็กน้อย
           พริกไทยขาวทุบหยาบ 20–30 เม็ด
           เกลือสมุทร 1-2 ช้อนโต๊ะ (ได้ดอกเกลือยิ่งดี เพื่อให้มีรสเค็มขึ้นมาบ้าง ปริมาณมากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำ)
           น้ำตาลกรวด 1/2 ช้อนโต๊ะ
           ซีอิ๊วขาว 2–3 ช้อนโต๊ะ
           น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ

         วิธีทำ

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           
           ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อ (ควรใส่น้ำเผื่อไว้หน่อยกันน้ำแห้งเกินไป) นำขึ้นตั้งไฟแรง (ไม่ต้องปิดฝา) ต้มให้เดือดนานอย่างน้อย 30 นาที

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้

           2. พอครบเวลาใส่ไก่ลงไปจนหมด (ถ้าหม้อใบเล็กเกินจะเอาผักกาดขาวออกให้หมดก่อนก็ได้) พอใส่ไก่ชิ้นสุดท้ายลงไป ให้ลดไฟอ่อนลง จากนั้นต้มไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเดือด หมั่นช้อนฟองอากาศทิ้ง

          หมายเหตุ : ควรจับเวลาให้ดี ถ้าต้มนานไปไก่จะสุกเกินไม่อร่อย ถ้าไก่ดิบไปก็กินไม่ได้ (คือกระดูกมีเลือด เนื้อส่วนที่ติดกระดูกเหนียวเลาะไม่ออก) ปกติจะใช้เวลาในการต้มประมาณ 1 ชั่วโมงนับจากใส่ไก่ลงไป หมั่นตักฟองทิ้งไปบ้าง จากนั้นก็ปล่อยให้ไฟรุม ๆ ไปเรื่อย ๆ


         น้ำจิ้มข้าวมันไก่

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้

         ส่วนผสม น้ำจิ้มข้าวมันไก่
           
           เต้าเจี้ยว 6 ช้อนโต๊ะ
           น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
           ขิงแก่สับละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ
           ขิงแก่ ตำแหลก 1 ช้อนโต๊ะ
           พริกขี้หนูสดเขียว-แดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
           น้ำส้มพริกดองแบบปั่น 2 ช้อนโต๊ะ
           ซีอิ๊วหวานสูตร 1 1 ช้อนโต๊ะ 
           มะนาว 1 ซีก

          วิธีทำ

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           ใส่เต้าเจี้ยวลงในถ้วย (ควรชิมก่อนด้วยว่า เต้าเจี้ยวที่เราซื้อมามีความเค็มมากน้อยแค่ไหน บางยี่ห้อก็เค็มจัด บางยี่ห้อก็มีติดหวานเล็ก ๆ ปริมาณส่วนผสมมาก-น้อย ลดลงตามส่วนนะครับ) 
 
ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           ใส่น้ำตาลทราย

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           ใส่ขิงแก่ตำแหลกและขิงแก่สับละเอียด (ขิงแก่ตำแหลกนี่สำคัญนะครับ ตำให้แหลกเลย นำน้ำขิงในครกใส่ไปด้วย เวลาผสมกันเป็นน้ำจิ้มแล้วจะได้มีรสและกลิ่นขิงแทรกอยู่อย่างทั่วถึง)

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           ใส่พริกขี้หนูเขียว-แดงซอย (ถ้าชอบเผ็ดก็เอาส่วนหนึ่งไปปั่นหรือตำให้แหลกก่อนเลยแล้วค่อยเอามาใส่) 

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           ใส่น้ำส้มพริกดอง (ที่เหลือมาจากการกินข้าวขาหมู เย็นตาโฟ หรือก๋วยเตี๋ยวเรือก็ได้) บีบน้ำมะนาวใส่ลงไป (เพื่อเอากลิ่น)

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           ซีอิ๊วหวาน (ถ้าไม่ต้องการให้สีเข้มมากก็ลดเหลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ แนะนำให้ใช้สูตร 1 นะครับ พวกง่วนเชียงฝาสีครีมก็ดี ไม่ควรใช้น้ำตาลโมลาส หรือซีอิ๊วหวานสูตร 5 ได้สีเข้มก็จริง แต่เดี๋ยวจะทำให้เสียรส เสียกลิ่น)

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           คนผสมให้ละลายเข้ากัน ชิมรสตามชอบ (ไม่ต้องใส่น้ำซุปลงไปให้เจือจาง แต่ถ้าเห็นว่าข้นมากเพราะใส่ขิงมากไปก็เติมน้ำซุปลงไปสัก 1 ช้อนโต๊ะ)

          หมายเหตุ : ชิมให้ถูกปาก ถ้าอ่อนเค็มให้เพิ่มเต้าเจี้ยว ถ้าอ่อนหวานให้เพิ่มน้ำตาลทราย (ระวังนะครับ ถ้าคน ๆ น้ำตาลยังไม่ละลายดี ชิมแล้วจะยังไม่ออกหวาน พอละลายแล้วเดี๋ยวหวานเกินไปนะ) ถ้าอ่อนเปรี้ยวให้เพิ่มน้ำส้มพริกปั่นลงไป (ไม่เพิ่มมะนาวนะครับ) ส่วนชอบเผ็ดมากน้อยก็ปรับสัดส่วนของพริกขี้หนูเสียแต่ทีแรกเลย 

         ส่วนผสม ข้าวมัน
           
           ข้าวหอมเก่า (ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้ข้าวหอมเก่าก็จะดี ที่ไม่ใช่ข้าวหอมใหม่ต้นฤดู หรือข้าวนาปีเสาไห้ อะไรประมาณนี้)
           น้ำมันพืช
           กระเทียม
           ขิงฝานแว่น
           เกลือสมุทร 1/2-1ช้อนชา
           น้ำตาลกรวด 1 ช้อนชา
           น้ำซุป 1 ทัพพี

         วิธีทำ

           ซาวข้าวให้เรียบร้อย เทน้ำออกให้แห้ง พักไว้ (อย่าซาวข้าวทิ้งไว้ล่วงหน้านานนัก ถึงเวลาจะหุงแล้วค่อยซาวข้าว และควรเตรียมการหุงเมื่อไก่ต้มสุกพอดี เพราะต้องใช้น้ำต้มไก่มาหุงข้าว)

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย ใส่กระเทียมสับและขิงฝานแว่นลงไปเจียวพอหอม

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           ใส่ข้าวที่ซาวแล้วลงไปผัด

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           ช้อนน้ำมันไก่จากหม้อต้มไก่ลงไปผัดกับข้าว (เท่าที่จะช้อนออกมาได้ มีน้ำซุปติดมาด้วยก็ไม่เป็นไร ใช้ตะแกรงมุ้งสแตนเลสแบบนี้ ช้อนน้ำมันออกมาได้ดีทีเดียว)

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           ใส่เกลือสมุทร น้ำตาลกรวด และน้ำซุป แล้วผัดให้เข้ากัน ใช้ไฟกลาง ผัดให้เมล็ดข้าวจากเดิมที่ใส ๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีขุ่นเหมือนเมล็ดข้าวเหนียว และข้าวเริ่มแห้งติดกระทะ ปิดไฟ ยกลงจากเตา นำไปใส่หม้อหุงข้าว

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           ตักน้ำต้มไก่ใส่ลงไปในหม้อหุงข้าวใส่น้ำให้น้อยกว่าปกติที่เคยหุงเล็กน้อย กดปุ่มหุงข้าว เมื่อข้าวสุกแล้ว อุ่นทิ้งไว้ไม่น้อยกว่า 20 นาที 

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           เปิดฝาหม้อหุงข้าวแล้วใช้ช้อนคุ้ยข้าวเบา ๆ เพื่อให้น้ำมันที่ตกอยู่ก้นหม้อหุงข้าวขึ้นมาคลุกกับข้าวให้ทั่ว (หุงครั้งแรกถ้าเค็มหรือจืดไป ครั้งต่อไปก็ปรับสัดส่วนเอานะครับ เหตุเพราะรสชาติของน้ำต้มไก่ที่เราเอามาหุงข้าว รสจัดมากน้อยแค่ไหนนั่นเอง)

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           เตรียมช็อกไก่ด้วยน้ำเย็น โดยใส่น้ำแข็งก้อนลงในภาชนะ แล้วเติมน้ำลงไป จากนั้นใส่ไก่ที่ต้มไว้ลงไปในอ่างน้ำเย็น (วิธีคือ เมื่อต้มเสร็จให้เอาขึ้นจากหม้อแล้วแช่ในน้ำเย็นทันที) แช่ทิ้งไว้ประมาณ 5–10 นาที 

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           9. ตักขึ้นสะเด็ดน้ำแล้วเอาน้ำมันพืชมาทาหนังไก่ไว้ให้ทั่ว ๆ (จะใช้แปรงหรือมือก็ได้ แล้วแต่สะดวก)

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           10. พักทิ้งไว้ประมาณ 3–4 ชั่วโมง (ผิวไก่ก็ยังคงมีสีขาวอมเหลืองสวย เต่งตึงอยู่ตลอดเวลา ไม่แดง ช้ำ กระดำกระด่าง หรือมีกลิ่นหืนแต่ประการใด)

           หมายเหตุ : การช็อกไก่ด้วยน้ำเย็น จะทำให้เนื้อไก่นุ่มหนึบ ไม่เละ หนังกรุบ เด้งดึ๋ง และรสสัมผัสเหมือนไก่บ้าน

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้

ข้าวมันไก่ พร้อมสูตรน้ำจิ้ม เคล็ดไม่ลับที่ทำเองได้
           จากนั้นสับเป็นชิ้น ๆ จัดเสิร์ฟ

  วิธีทำน้ำซุปสำหรับรับประทานคู่
           
          น้ำซุปต้มไก่จะมีรสจัดเกินไปกว่าที่จะนำมาเป็นน้ำซุปที่กินกับข้าวมันไก่ได้ทันที ต้องเติมน้ำลงไปให้รสอ่อนลงแล้วนำไปต้มให้เดือดอีกครั้ง ถึงเอามารับประทานคู่กับข้าวมันไก่ได้ (ถ้าน้ำซุปต้มไก่รสอ่อนพอดี ก็นำมาทานเป็นน้ำซุปได้เลย แต่ก็แปลว่าไก่เรารสจะจืดไปนิดนะครับ)

          เคล็ดลับ : เวลารับประทานไก่ไม่หมดให้เก็บไว้ในตู้เย็นได้ พอจะเอามารับประทาน ก็ควรเอาออกมาไว้นอกตู้เย็นสัก 30 นาที เพื่อให้ความเย็นคลายไปตามอุณหภูมิห้อง แล้วรับประทานได้เลย ก็จะยังคงอร่อยเหมือนเพิ่งทำเสร็จ ไม่ต้องเอาไปอุ่นโดยวิธีใด ๆ ไม่ว่านึ่งหรือไมโครเวฟ  มิเช่นนั้นความอร่อยของเนื้อไก่จะหายไปทันที และกลิ่นหนังไก่ก็จะไม่หอมเหมือนเดิม 

          ข้าวมันไก่กับน้ำจิ้มจานนี้น่ากินสุด ๆ วิธีทำก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แบบนี้ลองนำไปทำกินกันในครอบครัวดูนะคะ คุ้มเกินคุ้ม !
http://cooking.kapook.com/view97623.html